Archive for the ‘Bed time story’ Category

21

Tuesday, July 21st, 2009

072109

สุขสันต์วันเกิด
ร่างกายแข็งแรง
แฮปปี้ๆนะ
:)

แรกพบสบตา

Tuesday, February 26th, 2008

เคยมั้ยที่สบตากับใครบางคนโดยไม่ได้นัดหมาย
บางครั้งอาจจะไม่ได้ตั้งใจ เหมือนจะแอบมองแต่แล้วจุ่ๆอีกฝ่ายก็หันมาสบตา
หลายครั้งที่สบตาแล้วคนที่โดนสบด้วย เขินอายหนีหายไป
แต่ถ้าบังเอิญไปสบตาจิ๊กโก๋เข้านี่ก็อาจจะโดนมองกลับพร้อมทักทายตามประสาหาเรื่องเข้าได้…

ที่คณะของผมถึงแม้จะมีโรงอาหารอยุ่ แต่พวกผมก็มักจะพากันไปกินข้าวที่โรงอาหารคณะใกล้เคียง
แน่นอน โรงอาหารที่พวกผมมักจะพากันไปดู(อาหาร)และกิน(วิว)นั้น คงไม่พ้นโรงอาหารที่คณะอักษรศาสตร์
ช่วงนั้นเป็นช่วงเทอม 2 จัดว่าเป็นช่วงที่เปรี้ยวที่สุดแล้วก็ว่าได้
ความเฮ้วห่าที่มีมาในเทอมแรกก็เริ่มคงที่และปรับเปลี่ยนจากเงอะงะมาเป็นมีมาดกัน
ภาพลักษณ์ที่คนภายนอกเห็นอาจจะคล้ายๆกัน
นิสิตหนุ่มผมยาว หนวดเคราโกนมั่งไม่โกนมั่งเชิ้ตขาว กางเกงยีนส์ เดินกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่
ไม่ว่าใครเห็นก็อดมีเสียวไม่ได้ แม้ว่าจริงๆ แล้วจะไม่มีอะไรเลยก็ตาม ตลกโปกฮาไปตามเรื่อง

วันนั้นเป็นช่วงปลายของเทอมสองตอนปี 1…
ก็เป็นเหมือนวันปกติทั่วไปที่พวกผมจะพากันไปกินอาหารกันที่โรงอาหารอักษรเช่นเคย
ด้วยความที่ยังเฟี้ยว ผมก็มองคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยซึ่งส่วนมากคนที่โดนสบตาจะก้มหน้าแล้วเดินหนี(ฮ่าๆ)
แต่แล้วสายตาผมก็มาหยุดอยุ่ที่สาวน้อยนางนึง ที่กำลังยืนรอรถเมล์อยุ่หน้าตึกเรียน
เธอคนนี้หน้าตาไม่มีจุดเด่นอะไรมากนัก แต่ด้วยความที่ยืนอยุ่คนเดียวโดดๆ ผมเลยมองไปเรื่อยๆ
ตอนนั้นผมเดินอยู่ท้ายสุดกับเพื่อนอีกคน ผมก็เริ่มสบตากับเธอคนนั้นตั้งแต่ระยะ 10 เมตร
ซึ่งเธอคนนั้นก็หันมาสบตากับผมเช่นกัน
เราสบตากันนานพอสมควร นานจนผมเดินผ่านเธอไปได้ 3 เมตรก็ยังคงสบตาอยุ่
เหมือนจะไม่มีใครยอมใครกันเลย
สุดท้ายก็เป็นผมที่ละสายตาไปแล้วเดินต่อไปกับเพื่อน
แต่ทันทีที่หันกลับไปก็ได้ยินเสียงใสๆทักมาว่า
“ตอย”

ผมหยุดชะงักแล้วหันกลับไปหาเธอ
“อ่า เรารู้จักกันด้วยหรอ”
“เรา… ไง ที่อยุ่บ้านรับน้องเดียวกันอ่ะ ที่เราเป็นบัดดี้เธอไง”
“อ่อ เธอนี่เอง” ปากผมตอบรับคำ แต่ในใจนั้นวิ่งเข้าไปค้นหาคำว่าบ้านรับน้องว่ามันคืออะไร
แล้วผมก็นึกออก…

ที่จุฬานั้นจะมีวันรับน้องที่เรียกว่า “ก้าวใหม่จุฬา”
โดยทาง อบจ.(องค์การบริหารจุฬา) ที่ดำเนินการโดยนิสิตจะเป้นผู้ดำเนินงาน
นิสิตจากคณะต่างๆจะถูกกระจายกันไปอยู่ตามบ้านรับน้องต่างๆเป็นเวลา 3วัน 2 คืน
การรับน้องเช่นนี้ ข้อดีคือทำให้นิสิตใหม่ต่างรู้จักกับนิสิตต่างคณะกันได้รวดเร็ว
(ข้อนี้ในตอนแรกหลายๆคนก็มักจะอยากจับกลุ่มกับเพื่อนมากกว่า แต่เมื่อโตๆมาจะพากันเสียดายว่า
ทำไมเราไม่มีเพื่อนต่างคณะกันเลยว้า บัญชีงี้ อักษรงี้ :P )
ก็เอาเป็นว่าผมได้มาอยุ่บ้านรับน้องหลังนึงกับบรรดาผองเพื่อนที่มาจาก รร.มัธยมเดียวกัน
กิจกรรมรับน้องก็เป็นไปอย่างเฮฮา เน้นการละลายพฤติกรรมเป็นส่วนใหญ่
ท่าเต้นแปลกๆ ตลกๆ แต่ไม่มีติดเรทก็ถูกบรรดาพี่ๆจับแกมบังคับให้น้องๆทั้งหลายเต้นกัน
แต่กิจกรรมที่สร้างความตื่นเต้นให้แก่น้องๆทั้งหลาย น่าจะคือการเทคบัดดี้
การเทคบัดดี้คือทุกคนจะไปจับสลากดูว่าตนเองได้ชื่อใคร แล้วก็แอบป้อนขนม หรือเทคแคร์ต่างๆ
อาจจะฝากคนอื่นไปเทคมั่งก็ได้ ข้อนี้ทำให้นิสิตทั้งชายและหญิงได้มีโอกาสพูดคุยกันมากขึ้น
เพราะบัดดี้ของแต่ละคนนั้นจะเป็นเพศตรงข้ามกัน
ถึงตอนนี้ก็มีเพื่อนๆหลายคนที่เชี่ยวๆ ออกแนวเทคแคร์ดะ ใครน่ารักก็ไปเทคแคร์ได้ อาศัยลูกเนียนไปเรื่อย
สำหรับผมนะหรอ…
บัดดี้ที่ผมจับได้คงมีการผิดพลาดอะไรสักอย่าง เพราะผมได้ผู้ชายมาเป็นบัดดี้
การเล่นบัดดี้ของผมจึงจบลงตั้งแต่วินาทีนั้นเป้นต้นไป
กิจกรรมรับน้องก็ยังคงดำเนินไปเรื่อย ตัวผมเองก้มีคนมาเทคมั่งประปราย
แต่ ณ.เวลานั้นผมเองก็จำไม่ค่อยได้หรอกว่าใครเป็นใคร…

“อ่อ เธอนี่เอง” ปากผมตอบไปพร้อมกับความทรงจำที่กลับมา
“เป็นบัดดี้เราใช่มั้ยอ่ะ ขอบใจมากนะ เราจำคนไม่ค่อยได้อ่ะ”
“แน่ละ ตอนเขาเฉลยบัดดี้กัน เธอก็ไม่ยอมมาแล้วนี่ของที่เราฝากไปให้ได้รึยังล่ะ” เธอถาม
“อื้อ ได้ละ ขอบใจมาก” ผมตอบ
“แล้วนี่กำลังไปไหนล่ะ” เธอถามพร้อมกับชำเลืองมองไปยังกลุ่มเพื่อนๆผมที่เดินลิบๆโดยมีบางคนหันมามองเป็นระยะ
“ไปกินข้าวน่ะ ที่อักษร”
“แน่ใจนะว่า ไปกินข้าว” เธอตอบกลับมาอย่างรู้ทัน
“แหะๆ” ผมไม่รุ้จะตอบอะไร
“งั้นเราไปก่อนนะ โชคดี”
“อื้อ บ๊ายบาย”
หลังจากนั้นเราสองคนก็แยกกันเดินไปคนละทาง
ถ้ามีคนมองมาจากฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นเป็น ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา
และนั้นก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับเธอ…

ฝัน

Tuesday, January 8th, 2008

เมื่อคืนฝันแปลก 2 เรื่องติด

เรื่องแรกแปลกนิดๆฝันว่าเจอเพื่อนสมัยเรียนมัธยมทั้งโรงเรียน

เหมือนงานเลี้ยงรุ่นหรือไรไม่รู้ แต่ไม่น่าใช่แค่ทุกคนมาอยุ๋ในสถานที่ใหม่

คลับคล้ายว่าจะเป็นที่ญี่ปุ่น ไม่รู้ทำไม อาจจะด้วยสถานที่คับแคบ

แล้วไปไงต่อจำไม่ได้มันไหลมาฝันที่ 2 เลย

ฝันที่ 2 นั้นเหมือนเหตุตอนแรกจะเกิดที่โรงเรียนประถมที่เคยเรียนมา

ออกแนวรุ่นพี่กลับไปดูรุ่นน้อง พี่แก่ๆกลับไปเล่าให้คำแนะนำเด็กรุ่นน้อง

แล้วจู่ๆก็มีลุกช้างหลุดออกมา

แม้จะเป็นแค่ลูกช้างแต่ในฝันออกแนวหนังสัตว์สยองขวัญ

ลูกช้างไล่ล่าทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ผมก้วิ่งหนีขึ้นตึกวิ่งสลับชั้นไปมา

ลูกช้างก็วิ่งไล่ไปเรื่อย ผู้คนก็หนีกันชุลมุน

แล้วจู่ๆโรงเรียนประถมที่เคยเรียนก็เปลี่ยนมาเป็นคฤหาสน์ได้ยังไงไม่รู้

มันสิ่งไปมาจนจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ลูกช้างก็ยังออกวิ่งไล่ล่าทุกสิ่งอยุ่เหมือนเดิม

ตัวละครก้เปลี่ยนไปจากเด็กประถมรุ่นน้องเป็นใครไม่รู้ แต่รุ่นๆเดียวกัน

แล้วหนึ่งในนั้นก็มีเธออยุ่ด้วย…

ผมก้พาเธอหนี(ลูกช้าง) วิ่งขึ้นวิ่งลงหลบตามห้องต่างๆ

เล่นเอาเหนื่อยเลย เหมือนในชอตหนังสยองขวัญที่ใกล้ไคลแมกซ์

ทุกคนมารวมกันอยุ่ในห้องเล็กๆห้องนึง เธอหมอบอยุ่ข้างผม

แล้วทันใดนั้นลูกช้างที่เดินอยุ่ข้างนอกก็วิ่งเข้ามาในห้องนั้น

ด้วยความตกใจทุกคนจึงรีบ วิ่งหนีขึ้นบันไดไปชั้นบน

ผมก็วิ่งนำหน้าทุกคน ทุกคนวิ่งขึ้นไปอย่างเร่งรีบ

แต่เมื่อผมหันมาอีกทีเธอก็ไม่อยุ่แล้ว

ผมวิ่งสวนทุกคนลงบันไดไป พลางตะโกนเรียก

ผมวิ่งสวนผู้คนลงบันไดไปชั้นแล้วชั้นเล่า ก็ยังไม่เจอเธอ

เสียงช้างน้อยก้ดังเข้ามาเรื่อยๆ

แล้วก็ผมเจอเธอ เธอยืนเกาะราวบันไดหอบอยู่

ไม่ต้องพุดพล่มทำเพลงอะไร ผมจูงมือเธอแล้วก็ออกวิ่งไปด้วยกัน

แล้วก็ตื่น…

ตื่นเพราะรู้สึกตัวตอนจูงมือเธอวิ่งว่ากำลังฝันอยุ่ ก็เลยตื่น

ตื่นมาก้จะเที่ยงแล้ว โอ้ละหนอปิดเทอมของเรา

ปกติก็ฝันแปลกอยุ่ทุกคืน แต่ฝันเมื่อคืนเหมือนนัยนะอะไรบางอย่าง

เลยเมลไปเล่าให้เธอฟัง แล้วก้มานั่งคิดว่าทำไมต้องเป้นลูกช้าง

อาจเพราะเหตุเกิดในอาคาร สัตว์ประหลาดเลยขนาดไม่ควรใหญ่มาก

เวลาไล่ตามห้องได้ไม่ติดขัดมั้ง

เป็นฝันที่แปลก + เหนื่อยในรอบเดือนเลยแฮะ

And the adventure begin…

Tuesday, August 14th, 2007

The little rabbit has tried to find the little bear, but he couldn’t find the little bear.
The little rabbit doesn’t know what to do, so he sits under the big brown tree.
This is the first time that the little rabbit misses the little bear….

As fast as the wind blow, time has passed for 2 days.
The little rabbit still sits under the same tree, everything looks almost the same.
Suddenly the little rabbit starts to see something.
He see the leaves blowed by the wind, some fly and disappear, some fly and come back to the same place.
Everything in this world is still moving forward, through the little rabbit stays still.
The world is still moving…

By this thought, the little rabbit becomes himself again and he goes back to the jumping practice.
He will try as hard as he can. So that one day he will be able to jump very high enough to see the little bear again.

Once upon a time…

Friday, June 29th, 2007

Once upon a time in a big warm forest.
There was a little rabbit and a little bear living together for a long time.
They spend their time with peaceful and chill out all the time.
Until one day, while the little rabbit was watching discovery channel.
He saw a documentary about the kangaroo who can jump witha unique style.
The kangaroo use her hip to jump, and name her move “hip-hop.”
The little rabbit want to hop like a kangaroo too.
As fast as his thought, he start to pack his thing up and go to practice in a deep forest.

The little bear just heard about the rabbit, so she pack her thing up and follow the rabbit to the deep forest.
In the begining of the trip, the little rabbit has practiced many jump style,
starting from basic summersalt, back turn, flip-flap and high-six.
He was so happy about practicing and keep doing it all the time.
The little bear want to know what the little rabbit try to do, sosometime she were on the little rabbit’s way by accident and they hit each other again and again.

Then the little rabbit told the little bear to stay away from his way, so he can practice without worried about hitting her.
So the little bear has to stay away from the rabbit.
The little rabbit start his practing again and again, everytime he practice, he will discover different move all the time.
The little rabbit was really enjoy praticing very much.
The time pass by, now the little rabbit can do a backturn with two round on the air, he was very happy about his new move.
So the little rabbit want to show his move to the little bear.
But when he looks around, the little bear wasn’t there anymore.
Everytime he jump, it will increase the distance between him and the little bear by unawareness…