Archive for the ‘Movie’ Category

Once

Friday, August 7th, 2009

once
จะมีมั้ย สักครั้งที่ความบังเอิญมันไม่บังเอิญ

เพิ่งมีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้เป็นครั้งที่ 2 เมื่อไม่นานมานี้
เป็นเรื่องราวของชีวิตคนคู่หนึ่ง ที่ทั้ง 2 ต่างไม่รู้จักกันมาก่อนแต่บังเอิญได้มาพบกัน
เขา เป็นนักดนตรีข้างถนนที่เล่นดนตรีเพื่อยังชีพ
เธอ เป็นสาวขายดอกไม้ที่ผ่านถนนที่เขาเล่นอยู่ทุกวัน
ช่วงกลางวันเขาจะเล่นเพลงที่ผู้คนทั่วไปอยากจะฟัง
ขณะที่กลางคืน เขาจะเล่นเพลงที่ออกมาจากตัวเขาเอง
เพลงที่เขาเล่นนั้น  เนื่องจากเป็นเพลงที่เขาแต่งเอง
คนส่วนมากจึงไม่สนใจที่จะฟัง แต่เธอฟัง…

เขาและเธอต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
จวบจนเธอเข้ามาถามถึงเพลงที่เขาเล่น
เขาเองก็ไม่รู้จักเธอมาก่อน จนกระทั่งเพลงที่เขาเล่นมีคนสนใจ
ทั้ง 2 คนต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกันอย่างช้าๆ และความรักก็ค่อยๆคืบคลานเข้ามา
ถึงแม้ที่สุดแล้ว เรื่องราวของทั้ง 2 คนจะไม่ได้สมหวังเหมือนหนังรักทั่วไป
แต่ความรักก็มีหลายรูปแบบ อยู่ที่เราจะเข้าใจและพอใจในรูปแบบนั้นหรือไม่
บางครั้งสายลมก็หอบหิ้วความรักมาและจากไป
แต่สิ่งที่ยังเหลืออยู่คือความรุ้สึกและเรื่องราวๆต่างๆที่เก็บไว้

หน้าร้อนที่นี่ใกล้จะหมดแล้ว แต่ผมกลับรู้สึกว่าหน้าร้อนของผมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

Wolverine in 30 sec.

Wednesday, May 13th, 2009

Now I wanna watch it XD

Cat Shit One

Thursday, April 2nd, 2009

We got Kung Fu Panda, Blue elephant, Lion king already.
Now it’s time for a Killer Rabbit!!!
I think this one gonna be an awesome movie :P

Tekkon Kinkreet

Wednesday, November 19th, 2008

อนิเมชั่นที่ชอบอีกเรื่องนึง
เรื่องคร่าวๆเกี่ยวกับเด็กจรจัด 2 คนที่อาศัยอยู่ในเมืองประหลาดเมืองนึง
เนื้อเรื่องออกแนวแฝงข้อคิดที่ ดูแล้วมึนๆแฮะ
งานภาพคล้ายๆเรื่อง Mind game แต่ที่สำคัญ
ฉากสวยมาก โคตรๆ ดีเทลแต่ละอย่างยิบยับไปหมด
เคยไปดู Artbook มาทีน่าเก็บแต่แพงอยุ่ เลยยังไม่ได้สอยมาสักที

วันนี้มีโอกาสเอามานั่งดูเป็น reference เลยสังเกตุอะไรบางอย่างที่ตอนแรกไม่เห็น
vlcsnap-48756.png

นี่มวยไทย อันนี้เห็น
vlcsnap-48897.png

อันนี้เพิ่งเห็นคำว่า “มวยไทย” ดูเผินๆคล้ายโลโก้มวยบางช่องอยู่
vlcsnap-48982.png

อันนี้ชัดเลย แถมไอ้อันข้างๆที่โผล่มาแค่ มอม้านี่ใช่แน่ๆ โลโก้รายการมวย
vlcsnap-49097.png

เขตปลอดบุหรี่ -__-”
จะว่าไปมีอนิเมชั่นหลายเรื่องอยุ่เหมือนกันที่พูดถึงเมืองไทย
Black Lagoon นี่เต็มๆ ปืนไทยประดิษฐ์
อีกอันนึงที่ชอบคือของสตูดิโอที่ทำกระต่ายติดคุก
อันนี้ทำโฆษณาของจังหวัดไรจำไม่ได้ เป็นซุ้มราเมง
แต่คนขายใส่ชุดมวยไทย:D
แถมตอนเข้าร้านมีพูด สวัสดีครับกับขอบคุณครับ
ที่สำคัญคนที่มากินสั่งเบียร์ แล้วเป็นเบียร์สิงห์ซะด้วย
เมืองไทยนี่ก็ได้รับความนิยมเยอะเหมือนกันแฮะ

Anyone can cook

Tuesday, June 26th, 2007

เมื่อวันศูกร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปดูหนังอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดของ Pixar
ด้วยความอนุเคราะห์จากพี่ keko เจ้าเดิมฮะ ขอบคุณหลายๆฮะ ความประทับใจของผมเริ่มตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้าไปใน Pixar studio
สเปซของส่วนโถงที่ทั้งกว้างและใหญ่ เรียกความรู้สึกที่ทำให้เราเป็นแค่คนตัวเล็กๆคนนึง
ประกอบกับการประดับประดาส่วนของพื้นที่ต่างๆด้วยพระเอกของงานนี้
ยิ่งสร้างความรู้สึกให้ตื่นเต้นยิ่งขึ้นไปอีก (นี่ขนาดยังไม่ได้ดูนะเนี่ย)

 

กลับมาที่เรื่องของหนังเรื่องล่าสุดของ Pixar นี่ชื่อว่า Rattatouille
เนื้อเรื่องเป็นยังไงจะไม่กล่าวถึงละกันฮะ อาจจะมีสปอยล์บางส่วนบ้างเล็กน้อย
เรื่องนี้เป็นอนิเมชั่นของ Pixar ที่ผมชอบมากที่สุดในตอนนี้
แต่จะว่าไปทุกเรื่องล่าสุดของ Pixar ก็จะเป็นเรื่องล่าสุดที่ผมชอบเสมอซะงั้น
เรื่องนี้ผมชอบทั้งในส่วนของตัวละคร แสง สี อนิเมชั่นและเนื้อเรื่อง
เรื่องนี้ตอนที่ดูทำให้ผมนึกถึงหนังสือเรื่อง “คนขี่เสือ” ขึ้นมาทันที
ทั้งตัวของหนูเองที่ครอบครัวของมันตอกย้ำเสมอว่า หนูก็อยู่ส่วนหนู คนก็อยู่ส่วนคน
การก้าวข้ามไปอยุ่ในที่ๆสังคมส่วนมากไม่เห็นด้วย มันทั้งอันตรายและมีแต่คนกีดกัน
การที่เราทำตัวตามกระแสสังคมไปเรื่อยๆ แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้วหรือ
แล้วถ้าเรามีความฝันล่ะ แม้ฝันนั้นมันอาจจะยากแต่ถ้าไม่ลองแล้วมันจะรู้หรอ
ทั้งตัวของเจ้าหนุ่มและเจ้าหนู มีจุดร่วมกันคือทั้งคู่ต่างมีความฝันที่ใกล้เคียงกัน
ทำไมใกล้แค่ใกล้เคียงอ่ะ ?
เพราะเจ้าหนูนั้นมีความฝันที่จะได้ทำอาหารอร่อยๆ อาหารดีๆแบบเชฟชั้นยอด
ในขณะที่เจ้าหนุ่มนั้น ขอแค่มีงานทำไม่ตกงานก็เพียงพอแล้ว
แต่อย่างว่าความฝันแต่ละคนขนาดมันไม่เหมือนกัน เราไม่ควรจะไปวัดขนาดความฝันของใครด้วยตัวเราเองทั้งสิ้น
เจ้าหนูน้อยดูมีความมุ่งมั่นที่มากกว่า ความสามารถนี่เรียกได้ว่าของจริง
ต่างกับที่เจ้าหนุ่มนั้นมีลักษณะเป็นแค่หุ่นเชิดมากกว่า และก็ถูกเชิดจริงๆด้วย :P
เจ้าหนุ่มนั้นเรียกได้ว่าถูกขี่และขึ้นไปขี่เสือจริงๆเลย
ตอนที่ต้องออกรับหน้า และได้รับการชื่นชมจากสื่อต่างๆทั้งหลาย
แต่ผมชอบในจุดที่เจ้าหนุ่มกล้าที่จะลงจากหลังเสือมาสู่ความเป็นจริง
แม่งโคตรแมน อ่ะ :D
กับการที่ยอมที่จะเสียทุกอย่างที่ได้มาไป แลกกับความซื่อสัตย์ทั้งต่อตนเองและเจ้าหนู
ทำให้เจ้าหนุ่มดูมีอะไรบางขึ้นในสายตาผม อารมณ์ตอนแรกเจ้าหนุ่มนี้ผมว่าบุคลิกคล้ายๆโนบิตะ ยังไงยังงั้นเลย
อ่อนแอ ขี้ขลาด กลัว จนเจอโดเรม่อนที่เข้ามาช่วยเหลือชีวิตให้ดีขึ้น

 

ประเด็นที่ผมชอบอีกเรื่องคือ ระหว่างความฝันกับครอบครัว
ดูเผินๆอาจเป็นเรื่องที่อยู่กันคนละขั้ว แต่การที่เราเลือกทีึ่จะทำตามสิ่งหนึ่ง บางครั้งอาจต้องแลกกับการสูญเสียอีกสิ่งหนึ่งไปเช่นกัน
แต่มันแทนกันไม่ได้ เจ้าหนูในเรื่องเองก็ไม่รู้จะอธิบายให้พ่อมันฟังยังไง
มันอธิบายด้วยคำพูดไม่ได้ แต่การแสดงออกของหนูในเรื่องทำให้ผมรู้สึกได้ว่ามันต้องการจะสื่อว่าอะไร

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูจบแล้วออกมาพูดอะไรไม่ออก เหมือนมีหลายอย่างที่ต้องนั่งเรียบเรียงก่อน
ผิดกับตอนไปดูอนิเมชั่นเรื่องอื่นอย่าง Surf up ที่ตอนออกจากโรงคุยกับเพื่อนว่าชอบตัวละครในเรื่องนี้ เพราะแม่งฮาดี ตลก
แต่กับเรื่องนี้ผมว่าจะเข้าไปดูในโรงอีกรอบตอนที่เอามาฉายตามปกติ
เพราะรู้สึกว่าดูครั้งเดียวมันเก็บไม่หมดจริงๆ
ปล. รู้สึกว่าครั้งนี้จะเขียนไปงงไปแฮะ เดี่ยวขอไปดูอีกรอบละกันฮะ

dsc03943.JPG

แมงมุมขยุ้มหัวใจ

Monday, May 28th, 2007

อาทิตย์ที่แล้วไปดู Spiderman 3 มา
Spiderman เป็นฮีโร่ฝั่งเมกาที่ผมชอบมากที่สุด ชอบมาตั้งแต่สมัยเด็ก
เวลาเล่น Marvel vs Capcom ก็มักจับ Spiderman คู่กับริวเสมอๆ (ใช้ตัวอื่นไม่เป็น)
เนื้อเรื่องคาดว่าคนส่วนใหญ่คงรู้กันหมดแล้ว เลยจะขอยกบางเรื่องมาคุยละกันฮะ
คือถ้าสังเกตุตั้งแต่ภาคแรก ในหนังเรื่องนี้จะมีคำคมที่เอามาให้คิดกันได้ทุกภาค
ภาคนี้มีประโยคนึงที่สะกิดใจเหมือนกัน ตอนที่ปีเตอร์บอกป้าเมย์เรื่องจะขอแมรี่เจนแต่งงาน
ป้าเมย์เลยบอกว่า คนที่พร้อมจะแต่งงานจะต้อง ” Put his girl before himself ” ประมาณนี้มั้งจำไม่ได้แฮะ
Put his girl before himself…
ให้หมดตัว ว่างั้น
ดูหนังแล้วย้อนดูตัว เพราะช่วงที่ผ่านมามีข่าวเพื่อนๆพี่ๆที่รู้จักแต่งงานกันหลายคน
แต่งงาน?
เหมือนเป็นเรื่องที่ยังไกลตัว แต่มาดูดีๆมันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆเลยนะเนี่ย
การที่คนเราจะแต่งงานกันได้ มันต้องมีอะไรมั่ง?
แน่นอนอันแรกต้อง ความรัก แล้วอย่างอื่นมันจำเป็นมั้ย
ความรับผิดชอบ หน้าที่การงาน บางอย่างอาจไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นกับสถานการณ์ตอนนั้นๆ

 

หลายคนมักจะแต่งงานเมื่อพร้อม ประมาณมีทุกอย่างครบแล้วแต่งเลย
แต่ก็มีหลายคนที่แต่งแล้วค่อยๆเก็บหอมรอมริบไปด้วยกัน
คือถ้าทุกอย่างโอเคมันก็ดีใช่มั้ยเล่า…

 

กลับมาที่หนังอีกนิดจากประโยคที่ว่า “put his girl before himself”
ประโยคนี้วิ่งวนไปมาในหัวตลอดตั้งแต่ป้าเมย์พูดออกมา จนหนังจบยังวนไม่เลิก
จริงๆมันก็เหมือนกับคำว่า “พร้อมหรือยัง” ที่จะรับชีวิตของอีกคนไปด้วยกัน
มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะเนี่ย เห็นได้จากตอนแรกที่ปีเตอร์ตอบปากอย่างมั่นใจ
แล้วเป็นไง ลงท้ายด้วยบทเรียนอีกบทหนึ่ง ฮ่าๆ

 

อีกอันที่สะกิดใจคือในภาคนี้ แมรี่เจนก็รู้ว่าปีเตอร์เป็นไอ้แมงมุมแล้ว
และเป็นแฟนกัน เรียกได้ว่าอยู่ใกล้กันกว่าเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ
ปีเตอร์เริ่มหลงไปกับพลังที่ได้มา ทำให้จุดที่เคยยืนอยู่คู่กันมันเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ
ระยะทางใกล้กัน แต่ระยะใจกลับยิ่งห่างกันขึ้น…
กว่าที่ปีเตอร์จะรู้ตัวนั้น แมรี่เจนก็ห่างออกไปเรื่อยๆแล้ว
แต่ยังดีที่ยังอยู่ในวิถีวงโคจร ทั้งคู่ก็เลยกลับมาอยุ่ด้วยกันได้ดังเดิม
และเหมือนจะเข้าใจกันมากขึ้น เพราะมีบทเรียนหลากหลายสอนให้จำ

 

ระยะทางไกลแค่ไหน ถ้ามีใจก็อยู่ด้วยกันได้
แต่ระยะใจถ้าห่างกันมากเกิน ถึงจะอยู่ใกล้กันก็เท่านั้น
อย่าลืมเช็กวงโคจรบ่อยๆละกันฮะท่านผู้ชม

sp.jpg