Once upon a time…

Once upon a time in a big warm forest.
There was a little rabbit and a little bear living together for a long time.
They spend their time with peaceful and chill out all the time.
Until one day, while the little rabbit was watching discovery channel.
He saw a documentary about the kangaroo who can jump witha unique style.
The kangaroo use her hip to jump, and name her move “hip-hop.”
The little rabbit want to hop like a kangaroo too.
As fast as his thought, he start to pack his thing up and go to practice in a deep forest.

The little bear just heard about the rabbit, so she pack her thing up and follow the rabbit to the deep forest.
In the begining of the trip, the little rabbit has practiced many jump style,
starting from basic summersalt, back turn, flip-flap and high-six.
He was so happy about practicing and keep doing it all the time.
The little bear want to know what the little rabbit try to do, sosometime she were on the little rabbit’s way by accident and they hit each other again and again.

Then the little rabbit told the little bear to stay away from his way, so he can practice without worried about hitting her.
So the little bear has to stay away from the rabbit.
The little rabbit start his practing again and again, everytime he practice, he will discover different move all the time.
The little rabbit was really enjoy praticing very much.
The time pass by, now the little rabbit can do a backturn with two round on the air, he was very happy about his new move.
So the little rabbit want to show his move to the little bear.
But when he looks around, the little bear wasn’t there anymore.
Everytime he jump, it will increase the distance between him and the little bear by unawareness…

Anyone can cook

เมื่อวันศูกร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปดูหนังอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดของ Pixar
ด้วยความอนุเคราะห์จากพี่ keko เจ้าเดิมฮะ ขอบคุณหลายๆฮะ ความประทับใจของผมเริ่มตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้าไปใน Pixar studio
สเปซของส่วนโถงที่ทั้งกว้างและใหญ่ เรียกความรู้สึกที่ทำให้เราเป็นแค่คนตัวเล็กๆคนนึง
ประกอบกับการประดับประดาส่วนของพื้นที่ต่างๆด้วยพระเอกของงานนี้
ยิ่งสร้างความรู้สึกให้ตื่นเต้นยิ่งขึ้นไปอีก (นี่ขนาดยังไม่ได้ดูนะเนี่ย)

 

กลับมาที่เรื่องของหนังเรื่องล่าสุดของ Pixar นี่ชื่อว่า Rattatouille
เนื้อเรื่องเป็นยังไงจะไม่กล่าวถึงละกันฮะ อาจจะมีสปอยล์บางส่วนบ้างเล็กน้อย
เรื่องนี้เป็นอนิเมชั่นของ Pixar ที่ผมชอบมากที่สุดในตอนนี้
แต่จะว่าไปทุกเรื่องล่าสุดของ Pixar ก็จะเป็นเรื่องล่าสุดที่ผมชอบเสมอซะงั้น
เรื่องนี้ผมชอบทั้งในส่วนของตัวละคร แสง สี อนิเมชั่นและเนื้อเรื่อง
เรื่องนี้ตอนที่ดูทำให้ผมนึกถึงหนังสือเรื่อง “คนขี่เสือ” ขึ้นมาทันที
ทั้งตัวของหนูเองที่ครอบครัวของมันตอกย้ำเสมอว่า หนูก็อยู่ส่วนหนู คนก็อยู่ส่วนคน
การก้าวข้ามไปอยุ่ในที่ๆสังคมส่วนมากไม่เห็นด้วย มันทั้งอันตรายและมีแต่คนกีดกัน
การที่เราทำตัวตามกระแสสังคมไปเรื่อยๆ แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้วหรือ
แล้วถ้าเรามีความฝันล่ะ แม้ฝันนั้นมันอาจจะยากแต่ถ้าไม่ลองแล้วมันจะรู้หรอ
ทั้งตัวของเจ้าหนุ่มและเจ้าหนู มีจุดร่วมกันคือทั้งคู่ต่างมีความฝันที่ใกล้เคียงกัน
ทำไมใกล้แค่ใกล้เคียงอ่ะ ?
เพราะเจ้าหนูนั้นมีความฝันที่จะได้ทำอาหารอร่อยๆ อาหารดีๆแบบเชฟชั้นยอด
ในขณะที่เจ้าหนุ่มนั้น ขอแค่มีงานทำไม่ตกงานก็เพียงพอแล้ว
แต่อย่างว่าความฝันแต่ละคนขนาดมันไม่เหมือนกัน เราไม่ควรจะไปวัดขนาดความฝันของใครด้วยตัวเราเองทั้งสิ้น
เจ้าหนูน้อยดูมีความมุ่งมั่นที่มากกว่า ความสามารถนี่เรียกได้ว่าของจริง
ต่างกับที่เจ้าหนุ่มนั้นมีลักษณะเป็นแค่หุ่นเชิดมากกว่า และก็ถูกเชิดจริงๆด้วย :P
เจ้าหนุ่มนั้นเรียกได้ว่าถูกขี่และขึ้นไปขี่เสือจริงๆเลย
ตอนที่ต้องออกรับหน้า และได้รับการชื่นชมจากสื่อต่างๆทั้งหลาย
แต่ผมชอบในจุดที่เจ้าหนุ่มกล้าที่จะลงจากหลังเสือมาสู่ความเป็นจริง
แม่งโคตรแมน อ่ะ :D
กับการที่ยอมที่จะเสียทุกอย่างที่ได้มาไป แลกกับความซื่อสัตย์ทั้งต่อตนเองและเจ้าหนู
ทำให้เจ้าหนุ่มดูมีอะไรบางขึ้นในสายตาผม อารมณ์ตอนแรกเจ้าหนุ่มนี้ผมว่าบุคลิกคล้ายๆโนบิตะ ยังไงยังงั้นเลย
อ่อนแอ ขี้ขลาด กลัว จนเจอโดเรม่อนที่เข้ามาช่วยเหลือชีวิตให้ดีขึ้น

 

ประเด็นที่ผมชอบอีกเรื่องคือ ระหว่างความฝันกับครอบครัว
ดูเผินๆอาจเป็นเรื่องที่อยู่กันคนละขั้ว แต่การที่เราเลือกทีึ่จะทำตามสิ่งหนึ่ง บางครั้งอาจต้องแลกกับการสูญเสียอีกสิ่งหนึ่งไปเช่นกัน
แต่มันแทนกันไม่ได้ เจ้าหนูในเรื่องเองก็ไม่รู้จะอธิบายให้พ่อมันฟังยังไง
มันอธิบายด้วยคำพูดไม่ได้ แต่การแสดงออกของหนูในเรื่องทำให้ผมรู้สึกได้ว่ามันต้องการจะสื่อว่าอะไร

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูจบแล้วออกมาพูดอะไรไม่ออก เหมือนมีหลายอย่างที่ต้องนั่งเรียบเรียงก่อน
ผิดกับตอนไปดูอนิเมชั่นเรื่องอื่นอย่าง Surf up ที่ตอนออกจากโรงคุยกับเพื่อนว่าชอบตัวละครในเรื่องนี้ เพราะแม่งฮาดี ตลก
แต่กับเรื่องนี้ผมว่าจะเข้าไปดูในโรงอีกรอบตอนที่เอามาฉายตามปกติ
เพราะรู้สึกว่าดูครั้งเดียวมันเก็บไม่หมดจริงๆ
ปล. รู้สึกว่าครั้งนี้จะเขียนไปงงไปแฮะ เดี่ยวขอไปดูอีกรอบละกันฮะ

dsc03943.JPG

All about lovin’ you


Looking at the pages of my life
Faded memories of me and you
Mistakes you know I’ve made a few
I took some shots and fell from time to time
Baby, you were there to pull me through
We’ve been around the block a time or two
I’m gonna lay it on the line
Ask me how we’ve come this far
The answer’s written in my eyes

Chorus:
Every time I look at you, baby, I see something new
That takes me higher than before and makes me want you more
I don’t wanna sleep tonight, dreamin’s just a waste of time
When I look at what my life’s been comin’ to
I’m all about lovin’ you

I’ve lived, I’ve loved, I’ve lost, I’ve paid some dues, baby
We’ve been to hell and back again
Through it all you’re always my best friend
For all the words I didn’t say and all the things I didn’t do
Tonight I’m gonna find a way

Chorus:
Every time I look at you, baby, I see something new
That takes me higher than before and makes me want you more
I don’t wanna sleep tonight, dreamin’s just a waste of time
When I look at what my life’s been comin’ to
I’m all about lovin’ you

You can take this world away
You’re everything I am
Just read the lines upon my face
I’m all about lovin’ you

นี่แหละความเสียใจ


เพลง : นี่แหล่ะความเสียใจ
ศิลปิน : โปเตโต้

ทุกเรื่องราวที่เข้ามา ที่เจ็บและช้ำ จนทำให้ฉันมีน้ำตา
แม้ว่าทรมานเท่าไหร่ ฉันเรียกมันว่าความเสียใจ

แล้วเรื่องราวในวันนี้ ที่เกิดและมันกำลังกระทบใจของฉัน
ก็สอนให้ได้เรียนรู้ใหม่ ในคำที่ฉันเคยเข้าใจ

*สิ่งใดที่เคยได้เจอกลายเป็นแค่เพียง
เรื่องเล็กน้อยไปในพริบตา
เสียงของเธอที่ร่ำลา ได้สอนให้รู้ว่า
อย่าไปจำความช้ำที่มี…

**นี่แหละคือความเสียใจ ความเสียใจมันเป็นอย่างนี้จำซะใหม่
ต้องเจ็บจนร้องไห้โดยไม่อาย ต้องช้ำทุรนทุรายขนาดนี้
ที่ผ่านมามองย้อนไป ลองคิดดูบางทีก็เสียดายน้ำตา
แต่เธอทำให้ได้รู้ว่า ค่าของน้ำตามันคู่ควร กับการต้องเสียเธอ

แม้ฉันยืนแทบไม่ไหว ก็อยากขอพูดอะไรสักนิดนึงถึงเธอ
ขอโทษที่ไม่ดีเหมือนใคร และขอบคุณที่สอนให้เข้าใจ
ว่าเรื่องที่เคยได้เจอมันก็แค่เพียง สิ่งเล็กน้อยที่เปลืองน้ำตา
เสียงของเธอที่ร่ำลา ได้สอนให้รู้ว่า อย่าไปจำความช้ำที่มี

ซ้ำ **

เจ็บวันนี้ทำให้รู้ว่า ค่าของน้ำตามันคู่ควร…

ปล. เคยได้อ่านที่มาของเพลงนี้จากเวบ pantip
เรื่องราวในเพลงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่ต่างกันตรงที่
ลูกสาวเพิ่งเลิกกับแฟนและออกจากงาน เศร้าเสียใจไม่เป็นอันทำอะไร
ขณะที่ผู้เป็นพ่อก็ไม่อยากให้ลูกต้องกังวลมากไปกว่านี้
เลยไม่ได้บอกถึงโรคร้ายที่ตัวเองเป็น…
กว่าลูกสาวจะรู้ก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว
และท้ายที่สุดถึงได้รู้ว่า นี่แหละคือความเสียใจ…
(ทั้งพ่อและลูกสาวมีโอกาสได้ฟังเพลงนี้ด้วยกันก่อนจาก)

THIS IS SPARTANNNNNN…

ส่วนตัวผมไม่เคยรู้จักนักแสดงคนนี้มาก่อน ชื่ออะไรยังไม่รุ้จักเลย
แต่คาดว่าต่อไปคนคงจดจำในฐานะหัวหน้านักรบสปาตันได้เป็นอย่างดี
เชื่อมั้ย?
ก็หน้าพี่แกได้ฟีลขนาดนี้ ใครจะลืมลง
* ที่มาจากเวบหลายๆเวบรวมกัน*






















ชื่นชมคนทำงิงๆ ขยันโคตรๆ

Review : Ayudhaya

เกมนี้เป็นโปรเจคที่ทำเมื่อตอนที่อยู่ที่ไทยฮะ เพิ่งได้ข่าวจากเพื่อนที่ออฟฟิศเก่าว่าออกวางขายเมื่อไม่นาน
เลยฝากน้องที่เพิ่งมาที่นี่ซื้อมาให้ :)
แต่มันเงียบจริงๆนะ ขนาดลองหาข่าวตามเวบแล้วไม่มีข่าวใหม่ๆเลย

 

เข้าเรื่อง…
โปรเจคนี้เป็นการร่วมมือระหว่าง TK Park และ Imagimax ฮะ
จะออกแนวเพื่อการเรียนรู้ของเด็กซะมากกว่า โดยอยู่ในชื่อโปรเจคว่า
” รอบรู้ผ่านเกม ชุดที่1 วิถีไทย : อยุธยา”
ซึ่งแน่นอน เดี๋ยวจะมีออกตามมาอีกเกมนึง (ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด)
ตัวเกมวางขายพร้อมหนังสือ หรือจะเรียกว่าหนังสือแถมเกมก็ว่าได้

dsc03855.JPGdsc03854.JPG

โดยในชุดจะมี
1. หนังสือ
2. คู่มือวิธีเล่น
3. cd เกม
4. เกมกระดานงูกินหาง
สนนราคาค่าตัวทั้งหมดก็ 250 บาทฮะ
ถ้ามองในราคาเกมทั่วไปก็จัดว่าไม่แพงเลย เพราะตัวแพคเกจต่างๆ รวมทั้งหนังสือทำออกมาได้ตั้งใจมาก
อันนี้ไม่ได้จะมาหน้าม้าให้กันซะงั้น แต่เท่าที่ผมเคยซื้อเกมไทยมา ไม่ค่อยประทับใจในตัวแพคเกจเท่าไหร่นัก

01.jpg03.jpg

04.jpg06.jpg

ในระหว่างรอโหลดหน้าจอระหว่างรอจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเกมคร่าวๆ
โดยจะมีวิธีบังคับ หรืออธิบายระบบเควสต่างๆให้ดู (สามารถเลือกภาษาได้ทั้งไทยและอังกฤษ)

27.jpg26.jpg28.jpg

เริ่มเกมในขั้นแรกตัวเกมจะให้เราใส่ชื่อ แต่ผมลองภาษาไทยแล้วใส่ไม่ได้แฮะ น่าเสียดาย
ตอนเริ่มแรกสุดเราสามารถเลือกตัวละครได้ว่า จะเล่นเป็นเด็กผุ้ชายหรือเด็กผู้หญิง
โดยในเกมจะใช้การสะสมแต้มเพื่อปลดล๊อคเครื่องแต่งกาย ทรงผม ของเล่นต่างๆ

08.jpg09.jpg07.jpg10.jpg

วิธีการบังคับสามารถบังคับได้ 2 รูปแบบ สามารถใช้ได้ทั้งคีย์บอร์ดและเม้าส์
ซึ่งเมื่อเราคลิ๊กไปยังของต่างๆ ก็จะมีคำอธิบายของของแต่ละชนิดขึ้นมา
ส่วนวิธีการเล่นในเกมจะเน้นการแก้ปัญหา ตอบคำถามและมินิเกมย่อยต่างๆ
โดยในระหว่างเควสต่างๆ ก็จะมีคัทซีนให้เราดู
นอกเหนือจากเควสต่างๆในเกมแล้ว เรายังสามารถเดินเล่นไปมาได้อย่างอิสระ
โดยไม่ต้องไปทำเควสก็ได้ แต่ถ้าไม่ครบตามเงื่อนไขจะไปยังฉากสุดท้ายไม่ได้นะ

11.jpg13.jpg16.jpg18.jpg

มุมมองในเกมจะเป้นแบบ third person แต่สามารถเปลี่ยนเป้นมุม first person ได้
ซึ่งอุปกรณ์เสริมบางอย่าง เช่นหนังสติ๊ก จะใช้การเล่นแบบ fps
ในระหว่างทางที่เดิน จะเจอชาวบ้านซึ่งเมื่อเราเข้าไปคุย ชาวบ้านบางคนอาจขอร้องให้เราช่วยทำเควสบางอย่างให้
แต่เราสามารถเลือกที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้
จุดเซฟในเกมนี้จะอยู่ที่ศาลพระภูมิฮะ

22.jpg24.jpg25.jpg23.jpg

โดยภาพรวม มันก็ออกจะเป็นเกมแนวสื่อการสอนสำหรับเด็ก
ด้วยความที่เล่นไม่ยาก และสิ่งของทุกชนิดที่มีอยุ่ในเกมนี้มีที่มาอ้างอิงทั้งหมด
ทำให้เกมนี้จัดอยู่ในหมวดสื่อการสอน และวางขายที่ศูนย์หนังสือจุฬา โดยที่ไม่ค่อยมีคนรู้ XD
ระยะเวลาที่ทำโปรเจคนี้ก็ราวๆ 1 ปี ทั้งในส่วนของข้อมูล งานกราฟฟิกและโปรแกรมมิ่ง
สุดท้ายเมื่อเกมนี้ออกวางจำหน่าย ผมก็รู้สึกดีที่โปรเจคนี้เสร็จสมบูรณ์สักที
เย่ :D