Archive for January, 2008

Like or Love

Thursday, January 17th, 2008

ชอบหรือว่ารัก?

หลายครั้งผมเคยสงสัยว่าการที่คนเราจะคบกันเป็นแฟนนั้นมันเริ่มมาจากอะไร
หลายคู่เริ่มจากชอบ ก่อนที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ขึ้นมาเป็นความรัก
หลายคู่เริ่มจากชอบเช่นกัน ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นรักและกลับกลายเป็นไม่รัก
หลายคู่เช่นกัน ที่เริ่มจากการชอบ แต่สุดท้ายจากกันที่ความรัก

ครั้งแรกที่มีแฟนเป็นตัวตนนั้น จำได้ว่าวันนั้นเป็นช่วงเกือบปิดเทอม
เป็นช่วงปลายของเดือนมีนาคม สมัยที่อยู่ชั้นปีที่สอง
วันนั้นก็เหมือนวันทั่วๆไป ที่ผมและเธอมาเจอกันหลังเลิกเรียน
เรามักจะใช้เวลาช่วงเย็นด้วยกันเสมอๆ ด้วยความที่เธออยุ๋หอไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่นัก
หากวันไหนผมไม่ไปวิ่งเล่น เราก็จะไปเดินเล่นกัน
บางทีก็นั่งให้ขนมปังปลาในสระน้ำที่มหาลัย

แต่วันนั้นผมและเธอนั่งเล่นอยุ่ทีขั้นบันไดหน้าสยามเซ็นเตอร์
สมัยนั้นพื้นที่บริเวณหน้าสยามเซ็นเตอร์ประกอบไปด้วยบันได
บันไดเน้นๆ จึงสามารถเห็นผู้คนหลากหลายที่รอรถเมล์อยุ่แถวนั้นนั่งกันเปะปะ
หากแต่ก็มีหลายคู่เช่นกันที่มานั่งชมวิวสยามยามค่ำคืนเช่นผมและเธอ
วันนั้นเราก็นั่งคุยกันตามปกติ เรื่องทั่วๆไป เรื่องเรื่อยเปื่อย
แต่วันนั้นเป็นวันที่ผมมีเรื่องอะไรจะบอกกับเธอ
หลังจากนั่งชิวไปเรื่อย ผมก็บอกเธอว่ามีอะไรจะบอก
เหมือนเธอจะรู้ว่าผมจะพูดอะไร เลยทำหน้าทะเล้นก่อนจะพูดว่า
“ทำไม จะขอเราเป็นแฟนหรอ”
“เออ” ผมตอบ
หลังจากนั้นเราก็เป็นแฟนกัน ไรมันจะเร็วขนาดนั้นเนี่ย
วันนั้นผมกลับบ้านด้วยหัวใจพองโต

หลังจากวันนั้นเธอก็โทรมาหาผมเหมือนเคย
แต่เธอมักจะเฝ้าเพียรถามผมอยุ๋เรื่อยว่า ผมมีอะไรจะบอกเธอมั้ย
ตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเธอจะหมายถึงอะไร จนมาคิดขึ้นมาได้ว่า
หรือเธออยากให้บอกรัก…
คำว่ารักสำหรับผมนั้น มันยากที่จะเอ่ย
ถ้าไม่แน่ใจจริงๆ ผมจะไม่เอ่ยคำนี้พร่ำเพรื่อ

ผมบอกเธอไปว่าไม่มีอะไร ทำไมหรอ
เธอก็บอกปัดไปว่าไม่มีอะไร ถามไปงั้น
หลายวันผ่านไป เธอก็ยังคงถามคำถามนี้กับผมอยุ่เรื่อยมา
จนวันนึงเมื่อเธอถามมากเข้า ผมจึงบอกไปว่า
ถ้าจะให้บอกว่ารัก ตัวผมในตอนนั้นยังไม่แน่ใจ
การที่จะพูดออกไปลอยๆ มันก็เหมือนไร้ความหมาย
ถ้าหากมั่นใจเมื่อไหร่ ผมก็พร้อมที่จะบอกเอง
กาลกลับกลายเป็นว่า เราเข้าใจผิดกันไปคนละเรื่อง
ที่แท้เธอเฝ้าเพียรถามผมเสมอมาว่า ที่เราตกลงกันวันนั้นนี่จริงๆหรือเปล่า
เพราะเหมือนเราพูดกันเล่นๆกันมากกว่า
ถึงตอนนี้ต่างคนก็ต่างขำกันและกัน ขำในเรื่องที่เข้าใจกันไปคนละอย่าง

เราเริ่มจากการชอบ…
ชอบพอนิสัยใจคอ การที่อยุ่ใกล้ใครสักคนแล้วรุ้สึกสบายใจ
คนที่บางครั้งเราไม่พูดอะไร ก็รู้ว่าเราต้องการอะไร
คนที่บางครั้งคิดตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย
คนที่ไม่ต้องการอะไรจากเรา
คนที่เ้ราอยากจะให้สิ่งดีๆมากมายเสมอมา

แต่เราจบกันที่ความรัก
ไม่ใช่ว่าผมหมดรักเธอ ไม่ใช่ว่าเธอหมดรักผม
แต่ด้วยเหตุผลที่มีมากมาย จึงทำให้เราจากกัน
บางครั้งการที่อยู่ด้วยกันนานๆ ทำให้ผมลืมไปว่าความรักคืออะไร
การที่เราอยุ่ใกล้สิ่งหนึ่งนานมากๆ จนวันนึงเราลืมไปว่ายังมีสิ่งนั้นอยุ่
จวบจนเมื่อสิ่งนั้นได้หายไป เราถึงจะรู้สึกตัวว่าสิ่งๆนั้นได้หายไปจากชีวิตเราแล้ว
ผมอาจจะลืมไปว่าความรักคืออะไร จวบจนวันที่ความรักได้ห่างหาย
จึงทำให้ผมรุ้ว่าสิ่งที่หายไปคือความรัก

ทั้งการให้และการได้รับก็เป็นความรักทั้งสิ้น
สุขใจเมื่อได้ให้ อิ่มใจเมื่อได้รับ

แต่เอาเห๊อะ รุ้ว่าอยู่ดีสบายดีก็โอแล้วน่า :P

กอด

Wednesday, January 9th, 2008

ตั้งแต่มาที่เมกานี่ ผมก็ได้เห็นวัฒนธรรมที่ต่างกันหลายอย่าง

แต่สิ่งที่เห็นบ่อยคือการทักทายด้วยการกอด หรือหอมแก้มในบางที

แรกๆก็เขินเหมือนกันกับการที่จู่ๆก็มีคนมากอด แต่หลังๆเริ่มชิน(ชอบด้วย)

แต่ยังไงการกอดแบบนั้นมันก็ไม่ได้ความรู้สึกเท่ากับการที่เรากอดคนใกล้ชิด

กอดพ่อ แม่ พี่น้อง แต่จะว่าไปแล้วผมเองก้ไม่ค่อยได้แสดงความรักแบบนี้สักเท่าไหร่นัก

นานๆจะกอดแม่สักที พ่อไม่ค่อยหรือไม่เคยเลยก็จะว่าได้

ครั้งสุดท้ายที่กอดแม่คือก่อนขึ้นเครื่องมาที่ซานฟรานซิสโกนี่

ตอนนั้นกำลังจะเข้าเกทแล้ว ร่ำลาเพื่อนๆกับที่บ้านเรียบร้อย แล้วแม่ก็เรียกเข้ามากอด

ที่จริงอยากกอดหลายๆคนแต่ก็มัวแต่เขินอายกัน

เลยกอดกับแม่ นึกขึ้นได้ว่าตอนอากงแม่ไม่สบายแล้วไปเยี่ยม

ก็เจออาอี๊ที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายปีมากๆ อาอี๊ก็ขอกอดทีนึง

ความอบอุ่นที่ได้รับมันต่างกับการกอดแบบทักทายเสียจริง

แต่กอดแบบพ่อแม่มันก็ต่างจากการกอดแบบหญิงชายอยุ่แล้ว

ถ้าแยกไปอีกประเภทแม่งยิบย่อยขึ้นเรื่อยๆ ก้ละไว้ในฐานที่เข้าใจละกันงั้น

ครั้งสุดท้ายที่ได้สวมกอดแบบแน่นๆแนบๆ นี่มันนานขนาดไหนแล้วนะ

อาจจะเกือบๆปีแล้วมั้ง

ไออุ่นจากตัว กลิ่มแชมพูจากผม กับอ้อมแขนที่นุ่มนวล

เพียงแค่หลับตาลงก็เหมือนความรู้สึกของคน 2 คนจะถ่ายทอดผ่านกันได้

บางครั้งเหมือนจะอ่อนระทวย บางครับอยากกอดแน่นๆ ขนลุกนิดๆ

แต่อบอุ่นและแน่นไปหมด

ความรู้สึกแบบนั้น…

มันเป็นยังไงนะ

ฝัน

Tuesday, January 8th, 2008

เมื่อคืนฝันแปลก 2 เรื่องติด

เรื่องแรกแปลกนิดๆฝันว่าเจอเพื่อนสมัยเรียนมัธยมทั้งโรงเรียน

เหมือนงานเลี้ยงรุ่นหรือไรไม่รู้ แต่ไม่น่าใช่แค่ทุกคนมาอยุ๋ในสถานที่ใหม่

คลับคล้ายว่าจะเป็นที่ญี่ปุ่น ไม่รู้ทำไม อาจจะด้วยสถานที่คับแคบ

แล้วไปไงต่อจำไม่ได้มันไหลมาฝันที่ 2 เลย

ฝันที่ 2 นั้นเหมือนเหตุตอนแรกจะเกิดที่โรงเรียนประถมที่เคยเรียนมา

ออกแนวรุ่นพี่กลับไปดูรุ่นน้อง พี่แก่ๆกลับไปเล่าให้คำแนะนำเด็กรุ่นน้อง

แล้วจู่ๆก็มีลุกช้างหลุดออกมา

แม้จะเป็นแค่ลูกช้างแต่ในฝันออกแนวหนังสัตว์สยองขวัญ

ลูกช้างไล่ล่าทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ผมก้วิ่งหนีขึ้นตึกวิ่งสลับชั้นไปมา

ลูกช้างก็วิ่งไล่ไปเรื่อย ผู้คนก็หนีกันชุลมุน

แล้วจู่ๆโรงเรียนประถมที่เคยเรียนก็เปลี่ยนมาเป็นคฤหาสน์ได้ยังไงไม่รู้

มันสิ่งไปมาจนจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ลูกช้างก็ยังออกวิ่งไล่ล่าทุกสิ่งอยุ่เหมือนเดิม

ตัวละครก้เปลี่ยนไปจากเด็กประถมรุ่นน้องเป็นใครไม่รู้ แต่รุ่นๆเดียวกัน

แล้วหนึ่งในนั้นก็มีเธออยุ่ด้วย…

ผมก้พาเธอหนี(ลูกช้าง) วิ่งขึ้นวิ่งลงหลบตามห้องต่างๆ

เล่นเอาเหนื่อยเลย เหมือนในชอตหนังสยองขวัญที่ใกล้ไคลแมกซ์

ทุกคนมารวมกันอยุ่ในห้องเล็กๆห้องนึง เธอหมอบอยุ่ข้างผม

แล้วทันใดนั้นลูกช้างที่เดินอยุ่ข้างนอกก็วิ่งเข้ามาในห้องนั้น

ด้วยความตกใจทุกคนจึงรีบ วิ่งหนีขึ้นบันไดไปชั้นบน

ผมก็วิ่งนำหน้าทุกคน ทุกคนวิ่งขึ้นไปอย่างเร่งรีบ

แต่เมื่อผมหันมาอีกทีเธอก็ไม่อยุ่แล้ว

ผมวิ่งสวนทุกคนลงบันไดไป พลางตะโกนเรียก

ผมวิ่งสวนผู้คนลงบันไดไปชั้นแล้วชั้นเล่า ก็ยังไม่เจอเธอ

เสียงช้างน้อยก้ดังเข้ามาเรื่อยๆ

แล้วก็ผมเจอเธอ เธอยืนเกาะราวบันไดหอบอยู่

ไม่ต้องพุดพล่มทำเพลงอะไร ผมจูงมือเธอแล้วก็ออกวิ่งไปด้วยกัน

แล้วก็ตื่น…

ตื่นเพราะรู้สึกตัวตอนจูงมือเธอวิ่งว่ากำลังฝันอยุ่ ก็เลยตื่น

ตื่นมาก้จะเที่ยงแล้ว โอ้ละหนอปิดเทอมของเรา

ปกติก็ฝันแปลกอยุ่ทุกคืน แต่ฝันเมื่อคืนเหมือนนัยนะอะไรบางอย่าง

เลยเมลไปเล่าให้เธอฟัง แล้วก้มานั่งคิดว่าทำไมต้องเป้นลูกช้าง

อาจเพราะเหตุเกิดในอาคาร สัตว์ประหลาดเลยขนาดไม่ควรใหญ่มาก

เวลาไล่ตามห้องได้ไม่ติดขัดมั้ง

เป็นฝันที่แปลก + เหนื่อยในรอบเดือนเลยแฮะ