Archive for February, 2008

GDC 2008

Tuesday, February 26th, 2008

อาทิตย์ที่ผ่านมาที่ซานฟรานมีงาน GDC (Game Developer Conference) ปีนี้จัดแจงไปลงทะเบียนขอตั๋วจากรร.ไว้ตั้งแต่เปิดเทอม
ก็ได้มาสมใจพร้อมๆกับเพื่อนๆพี่ๆ รวมทั้งสิ้น 5 ใบ
ปีนี้ไปเดินส่งพอร์ท ขอฝึกงานในช่วงซัมเมอร์นี้
แต่ก็รู้ว่างานมันยังไม่ดี แต่ก็เอานะ โอกาสมันมาทั้งทีไม่ลองก็กระไรอยู่
เดินดูงานแล้วรู้สึกงานเรามันลูกแมวมาก
งานที่โชว์ส่วนใหญ่เป็นงานสิงโต XD

ปีนี้เลยไม่ได้ถ่ายรุปไรมากเลย แต่ความรุ้สึกคิดว่าดีกว่าปีที่แล้วนะ
http://histudio.exteen.com/20070310/gdc-2007
แต่อาจจะเป็นเพราะปีนี้รู้ว่าจะมาทำอะไร เลยเดินมีเป้าหมายหน่อย
แถมมากับพี่น้องกันอีกตั้ง 4-5 คนเลยเฮฮาสนุกสนาน
เสร็จงานก็ไปกินร้านจีนแถว รร.ที่ไม่เคยไปมาก่อน
อารมณ์เหมือนโต๊ะจีน ดีที่ไปกันเยอะ 7คนได้ เลยสั่งอาหารได้หลากหลาย
อิ่มอร่อยพร้อมโดดเรียนแล้วก็เลยกลับบ้าน
วันเสาร์ก็ไปงาน wondercon ปีนี้เรียกได้ว่าไปซื้อของอย่างเดียวเลย
ค่าตั๋ว 12$ เนื่องจากพี่เกี๊ยกจัดแจงซื้อผ่านเนตเรียบร้อย
ตอนแรกเฮียแกหาคนไปเลยมากระซิบเรา ทีนี้เลยไปฮากันสมใจ
ผุ้ร่วมขบวนทั้งสิ้น 6 คนได้ก็ไปซื้อของดูของกันจนเมื่อย
แม่งใหญ่จริง ทีแรกนึกว่าจะไม่ใหญ่ งานที่ญี่ปุ่นคงใหญ่และจริงจังกว่านี้มากๆแน่ๆ
ตอนเข้างานเจอพี่จี๊ปกับแป้ง(ไม่รุ้อายุแต่น่าจะไล่ๆกัน) มาแจกคอมมิกที่ทำกันอยุ่
แจกโปสการ์ดนะ ไม่ใช่หนังสือ แต่ใกล้ออกละจะไปอุดหนุนนะฮะ
จบงานก็กลับบ้านไม่สิ ไปเล่น Wii ต่อที่บ้านแนร์
งานนี้ไปเดินได้โยชิมา 1 ตัวกับหนังสือ The Winston Effect
ชอบโคตรๆ ตัดสินใจเข้าไอดีเพราะเหตุนี้เลยนะ อยากทำสเปเชี่ยลเอฟเฟก
แล้วเป็นไง… :D
ก็เป็นอาทิตย์ที่เฮฮา สนุกสนาน แม้จะเครียดช่วงตัดรีลว่าจะไม่ทันก็เหอะ
แต่มิชชั่นยังไม่คอมพลีท ยังเหลือภารกิจส่งรีลไปสมัครทางเมลอีกส่วนนึง
เอาเว้ย!!!

แรกพบสบตา

Tuesday, February 26th, 2008

เคยมั้ยที่สบตากับใครบางคนโดยไม่ได้นัดหมาย
บางครั้งอาจจะไม่ได้ตั้งใจ เหมือนจะแอบมองแต่แล้วจุ่ๆอีกฝ่ายก็หันมาสบตา
หลายครั้งที่สบตาแล้วคนที่โดนสบด้วย เขินอายหนีหายไป
แต่ถ้าบังเอิญไปสบตาจิ๊กโก๋เข้านี่ก็อาจจะโดนมองกลับพร้อมทักทายตามประสาหาเรื่องเข้าได้…

ที่คณะของผมถึงแม้จะมีโรงอาหารอยุ่ แต่พวกผมก็มักจะพากันไปกินข้าวที่โรงอาหารคณะใกล้เคียง
แน่นอน โรงอาหารที่พวกผมมักจะพากันไปดู(อาหาร)และกิน(วิว)นั้น คงไม่พ้นโรงอาหารที่คณะอักษรศาสตร์
ช่วงนั้นเป็นช่วงเทอม 2 จัดว่าเป็นช่วงที่เปรี้ยวที่สุดแล้วก็ว่าได้
ความเฮ้วห่าที่มีมาในเทอมแรกก็เริ่มคงที่และปรับเปลี่ยนจากเงอะงะมาเป็นมีมาดกัน
ภาพลักษณ์ที่คนภายนอกเห็นอาจจะคล้ายๆกัน
นิสิตหนุ่มผมยาว หนวดเคราโกนมั่งไม่โกนมั่งเชิ้ตขาว กางเกงยีนส์ เดินกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่
ไม่ว่าใครเห็นก็อดมีเสียวไม่ได้ แม้ว่าจริงๆ แล้วจะไม่มีอะไรเลยก็ตาม ตลกโปกฮาไปตามเรื่อง

วันนั้นเป็นช่วงปลายของเทอมสองตอนปี 1…
ก็เป็นเหมือนวันปกติทั่วไปที่พวกผมจะพากันไปกินอาหารกันที่โรงอาหารอักษรเช่นเคย
ด้วยความที่ยังเฟี้ยว ผมก็มองคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยซึ่งส่วนมากคนที่โดนสบตาจะก้มหน้าแล้วเดินหนี(ฮ่าๆ)
แต่แล้วสายตาผมก็มาหยุดอยุ่ที่สาวน้อยนางนึง ที่กำลังยืนรอรถเมล์อยุ่หน้าตึกเรียน
เธอคนนี้หน้าตาไม่มีจุดเด่นอะไรมากนัก แต่ด้วยความที่ยืนอยุ่คนเดียวโดดๆ ผมเลยมองไปเรื่อยๆ
ตอนนั้นผมเดินอยู่ท้ายสุดกับเพื่อนอีกคน ผมก็เริ่มสบตากับเธอคนนั้นตั้งแต่ระยะ 10 เมตร
ซึ่งเธอคนนั้นก็หันมาสบตากับผมเช่นกัน
เราสบตากันนานพอสมควร นานจนผมเดินผ่านเธอไปได้ 3 เมตรก็ยังคงสบตาอยุ่
เหมือนจะไม่มีใครยอมใครกันเลย
สุดท้ายก็เป็นผมที่ละสายตาไปแล้วเดินต่อไปกับเพื่อน
แต่ทันทีที่หันกลับไปก็ได้ยินเสียงใสๆทักมาว่า
“ตอย”

ผมหยุดชะงักแล้วหันกลับไปหาเธอ
“อ่า เรารู้จักกันด้วยหรอ”
“เรา… ไง ที่อยุ่บ้านรับน้องเดียวกันอ่ะ ที่เราเป็นบัดดี้เธอไง”
“อ่อ เธอนี่เอง” ปากผมตอบรับคำ แต่ในใจนั้นวิ่งเข้าไปค้นหาคำว่าบ้านรับน้องว่ามันคืออะไร
แล้วผมก็นึกออก…

ที่จุฬานั้นจะมีวันรับน้องที่เรียกว่า “ก้าวใหม่จุฬา”
โดยทาง อบจ.(องค์การบริหารจุฬา) ที่ดำเนินการโดยนิสิตจะเป้นผู้ดำเนินงาน
นิสิตจากคณะต่างๆจะถูกกระจายกันไปอยู่ตามบ้านรับน้องต่างๆเป็นเวลา 3วัน 2 คืน
การรับน้องเช่นนี้ ข้อดีคือทำให้นิสิตใหม่ต่างรู้จักกับนิสิตต่างคณะกันได้รวดเร็ว
(ข้อนี้ในตอนแรกหลายๆคนก็มักจะอยากจับกลุ่มกับเพื่อนมากกว่า แต่เมื่อโตๆมาจะพากันเสียดายว่า
ทำไมเราไม่มีเพื่อนต่างคณะกันเลยว้า บัญชีงี้ อักษรงี้ :P )
ก็เอาเป็นว่าผมได้มาอยุ่บ้านรับน้องหลังนึงกับบรรดาผองเพื่อนที่มาจาก รร.มัธยมเดียวกัน
กิจกรรมรับน้องก็เป็นไปอย่างเฮฮา เน้นการละลายพฤติกรรมเป็นส่วนใหญ่
ท่าเต้นแปลกๆ ตลกๆ แต่ไม่มีติดเรทก็ถูกบรรดาพี่ๆจับแกมบังคับให้น้องๆทั้งหลายเต้นกัน
แต่กิจกรรมที่สร้างความตื่นเต้นให้แก่น้องๆทั้งหลาย น่าจะคือการเทคบัดดี้
การเทคบัดดี้คือทุกคนจะไปจับสลากดูว่าตนเองได้ชื่อใคร แล้วก็แอบป้อนขนม หรือเทคแคร์ต่างๆ
อาจจะฝากคนอื่นไปเทคมั่งก็ได้ ข้อนี้ทำให้นิสิตทั้งชายและหญิงได้มีโอกาสพูดคุยกันมากขึ้น
เพราะบัดดี้ของแต่ละคนนั้นจะเป็นเพศตรงข้ามกัน
ถึงตอนนี้ก็มีเพื่อนๆหลายคนที่เชี่ยวๆ ออกแนวเทคแคร์ดะ ใครน่ารักก็ไปเทคแคร์ได้ อาศัยลูกเนียนไปเรื่อย
สำหรับผมนะหรอ…
บัดดี้ที่ผมจับได้คงมีการผิดพลาดอะไรสักอย่าง เพราะผมได้ผู้ชายมาเป็นบัดดี้
การเล่นบัดดี้ของผมจึงจบลงตั้งแต่วินาทีนั้นเป้นต้นไป
กิจกรรมรับน้องก็ยังคงดำเนินไปเรื่อย ตัวผมเองก้มีคนมาเทคมั่งประปราย
แต่ ณ.เวลานั้นผมเองก็จำไม่ค่อยได้หรอกว่าใครเป็นใคร…

“อ่อ เธอนี่เอง” ปากผมตอบไปพร้อมกับความทรงจำที่กลับมา
“เป็นบัดดี้เราใช่มั้ยอ่ะ ขอบใจมากนะ เราจำคนไม่ค่อยได้อ่ะ”
“แน่ละ ตอนเขาเฉลยบัดดี้กัน เธอก็ไม่ยอมมาแล้วนี่ของที่เราฝากไปให้ได้รึยังล่ะ” เธอถาม
“อื้อ ได้ละ ขอบใจมาก” ผมตอบ
“แล้วนี่กำลังไปไหนล่ะ” เธอถามพร้อมกับชำเลืองมองไปยังกลุ่มเพื่อนๆผมที่เดินลิบๆโดยมีบางคนหันมามองเป็นระยะ
“ไปกินข้าวน่ะ ที่อักษร”
“แน่ใจนะว่า ไปกินข้าว” เธอตอบกลับมาอย่างรู้ทัน
“แหะๆ” ผมไม่รุ้จะตอบอะไร
“งั้นเราไปก่อนนะ โชคดี”
“อื้อ บ๊ายบาย”
หลังจากนั้นเราสองคนก็แยกกันเดินไปคนละทาง
ถ้ามีคนมองมาจากฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นเป็น ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา
และนั้นก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับเธอ…

Raccoon city

Tuesday, February 26th, 2008

นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา…

ขับรถชนแรคคูน…

แรคคูนตัวเล็กขนาดเท่าแมวเหมียว
แรคคูนหน้าเรียวๆ แต่ตัวไม่เพรียวแถมลงพุง
แรคคูนน้อยเหมือนใส่หน้ากากงานแฟนซี
หางเป็นลายสลับดำขาว พวงๆน่ารัก

แรคคูนวิ่งตัดหน้ารถที่ความเร็ว 30 ไมล์นิดๆ
ระยะห่างในการสบตากันครั้งแรกนั้นราว 2 เมตรได้
มันกระชั้นมาก ผมกระทืบเบรกไปเต็มที่
แต่รถยังคงพุ่งไปอยู่…

แรคคูนโดนกระแทกดังอั้ก
ใจหายวาบไปไหนไม่รู้ พร้อมกับรถที่หยุดสนิท
พลันสายตาเหลือบไปเห็นแรคคูนน้อย
แรคคูนตัวน้อยรีบวิ่งข้ามถนนแล้วหลบเข้าไปในบ้านใครไม่รู้
แรคคูนน้อยไม่เป็นไร แค่เจ็บนิดหน่อย
ผมเองก็เสียใจเหมือนกันที่ไปชนเจ้าแรคคูน
แต่ไม่ได้ตั้งใจ แรคคูนไม่ตาย ผมก็สบายใจ